Spiral Dynamics ตัวแบบวิวัฒนาการด้านจิตวิทยา

Spiral Dynamics เป็นคำที่ผมได้พบเจอ ขณะที่ผมมองหาต้นแบบในการดำเนินชีวิต บทความหนึ่งที่ผมพบเจอ ได้ระบุให้ผมเข้าใจว่า การใช้คำเพียงหนึ่งคำเพื่อจำแนกประเภทของคน หรือจำแนกวิถีชีวิตของคน ไม่สามารถระบุบ่งบอกลักษณะทางจิตวิทยา วิธีคิด หรือกรอบความคิด ของคนๆนั้นได้ในทุกๆเรื่อง ถึงแม้จะจัดอยู่ในกลุ่มคนประเภทเดียวกัน จำแนกเป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตแบบเดียวกัน แต่ในมุมมองของคนในแง่ของรายละเอียดที่ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงว่าคนๆนั้นเป็นคนประเภทเดียวกันนั้น อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

บทความที่ว่านี้ ทำให้ผมได้รู้จักกับตัวแบบเชิงจิตวิทยาที่ว่านี้ ซึ่งแบ่งลักษณะทางด้านจิตวิทยาของบุคคล ออกเป็นเฉดสี เพื่อใช้พิจารณาวิวัฒนาการเชิงจิตวิทยาของแต่ละบุคคล ทำให้เราได้เข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับลักษณะของคนได้ดียิ่งขึ้น

ตัวแบบวิวัฒนาการทางจิตวิทยา “เกลียวพลวัตร” – (พัฒนาครั้งแรกโดย Don Edward Beck และ Christopher Cowan) ได้อธิบายลักษณะวิวัฒนาการทางจิตวิทยาของบุคคลเป็น 9+ เฉดสี (การจัดแบ่งระดับของเขา บางครั้งก็ใช้ code บางทีก็เรียกว่า “MEME”) – สีเบจ, สีม่วง, สีแดง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีเขียว, สีเหลือง, สีเทอร์คอยซ์, สีคอรัล

ในกรณีของลักษณะเชิงจิตวิทยาบุคคลนี้ ตัวแบบฯนี้อาจจะช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น เข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น เราน่าจะสามารถนำความรู้นี้ไปปรับใช้กับสถานการณ์ต่างๆได้


Spiral Dynamics – เกลียวพลวัตร สีต่างๆ

การจำแนกวิวัฒนาการเชิงจิตวิทยาของ Don Edward Beck (ต่อไปจากนี้ผมจะเรียกเขาว่า ‘ดอน‘) และผองเพื่อนของเขานั้น เข้าใจได้ว่าช่วงสีต่างๆที่เขาจำแนกออกมานี้ สามารถตีความได้ว่าเป็นลักษณะค่านิยม หรือคุณค่า เชิงจิตวิทยา ที่มีโดดเด่นชัดเจนออกมาในบุคคลนั้นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า คนๆเดียวจะเป็นจะต้องจัดอยู่ในกลุ่มสีใดสีหนึ่งเพียงอย่างเดียว เขาอาจจะมีบางมุม บางเรื่อง บางสถานการณ์ ที่จัดอยู่ในสีอื่นๆได้เช่นกัน

Spiral Dynamics - ตัวแบบเกลียวพลวัตร

มีหนังสือหลายเล่ม และเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ ที่เขียนอธิบายเกี่ยวกับ ตัวแบบวิวัฒนาการเชิงจิตวิทยาที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ แน่นอนว่าคุณอาจจะต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการขุดคุ้ยให้เข้าใจลึกๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของโลก มีการพูดถึงตัวแบบนี้ในเมืองไทยมาตั้งนานแล้ว แต่ผมเพิ่งได้ทำความรู้จักกับหัวข้อนี้ ในสัปดาห์นี้เอง

สีเบจคือลักษณะเริ่มแรกที่สุดของวิวัฒนาการ ในขณะที่สีเทอร์คอยซ์คือลักษณะของวิวัฒนาการสูงที่สุดเท่าที่ตัวแบบนี้จะอธิบายได้ ส่วนสีคอรัลนั้นคือลักษณะที่เหนือไปกว่านั้นที่ดอนใช้คำว่า ‘ไม่รู้’

ผมสรุปเกี่ยวกับการจำแนกเป็นสีต่างๆ ตามความเข้าใจของผม ใส่ความเป็นแฟนตาซี ได้ดังต่อไปนี้

1.สีเบจ

เป็นลักษณะของบุคคลที่ให้คุณค่าสูงสุดกับความอยู่รอด สัญชาติญาณดิบขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ในกรณีของคนเรา จะสามารถมองเห็นได้จากเด็กเล็ก ฝูงคนที่อดอยาก ผู้คนที่อยู่ระหว่างความตื่นตระหนกในสภาวะสงคราม หรือคนที่ไม่สนใจ ไม่แคร์ ว่าสิ่งรอบข้างของเขาจะเป็นอย่างไร ไม่มีเป้าหมาย หรือจุดประสงค์อื่นใดสำหรับชีวิตของเขา นอกเหนือไปจากการใช้ชีวิตเพื่อเอาตัวรอด มีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่สนใจความหมายของการมีชีวิตอยู่ – 0.8% ของประชากร อยู่ที่วิวัฒนาการระดับนี้

2.สีม่วง

บุคคลประเภทที่ชอบความมั่นคง คาดการณ์ได้ อยู่กับเรื่องทางโลก เป้าหมายชีวิตของพวกเขา คือไม่ต้องการให้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะพวกเขากลัวสิ่งที่จะตามมาหากเกิดความเปลี่ยนแปลง เขาเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์ และมีแนวโน้มที่จะตัดสินอะไรเป็น 2 ฝั่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ขาว-ดำ, ดี-เลว แบบนี้เสมอๆ วิวัฒนาการระดับนี้คิดเป็น 10% ของประชากร

3.สีแดง

บุคคลสีแดงจะมีลักษณะดุดัน และมีความอ่อนไหวต่อสิ่งเร้า พวกเขามักจะเข้าใจว่า ถ้าพวกเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ต้องมีคนสนใจพวกเขา พวกเขาจะเรียกร้องความสนใจ ในขณะที่ทางจิตใจนั้นพวกเขาจะยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก การที่พวกเขาเรียกร้องนั้น พวกเขาจะยังไม่ค้นพบคุณค่าจากนิสัยของตัวเขาเองที่สามารถใช้เพื่อดึงดูดและเรียกหาความสนใจจากภายนอก แต่พวกเขาเลือกที่จะสร้างชื่อเสียง กล่าวโทษคนอื่น โวยวายเสียงดัง ก้าวร้าว และใช้ความรุนแรง – 20% ของประชากร อยู่ที่วิวัฒนาการระดับนี้

เมื่อคุณอ่านมาจนถึงตรงนี้ คุณคงจะมองเห็นว่า ในเชิงของจิตวิทยานี้ เรื่องของอายุไม่ใช่ตัวแบ่งระดับของวิวัฒนาการ แต่เป็นพัฒนาการทางด้านสมอง ความรู้ ความเชื่อ กระบวนการคิด ทักษะทางสังคม ฯลฯ

ลองจินตนาการถึงคนขี้วีน ขี้หงุดหงิด ชอบโวยวายเพื่อให้ได้อย่างที่ต้องการ (เห็นได้ในบทของตัวร้ายในละครโทรทัศน์ส่วนมากของไทย) ซึ่งลักษณะแบบนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากเด็กเล็กที่ร้องงอแงเพื่อให้ได้รับความสนใจ

4.สีน้ำเงิน

เป็นลักษณะของคนที่เข้าใจถึงคุณค่าของ ‘จุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่’, ‘การได้รับความสนใจ’, ‘ความมั่นคงและความปลอดภัย’ เขาเข้าใจว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และการใช้ความรุนแรงก้าวร้าวเพื่อให้ได้มันมาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง แต่ตัวเขาเองนั้นอาจจะต้องได้รับความช่วยเหลือ อิทธิพลจากผู้อื่น หรือใช้สิ่งอื่นที่มีพลังอำนาจมากกว่าตัวเขานำพาเขาไปเพื่อให้ได้สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับตัวเขาเหล่านั้น คนเหล่านี้มองหาความสงบสุขภายใน เคารพในกฏเกณฑ์(แม้กฏเกณฑ์นั้นจะไม่สมเหตุสมผลก็ตาม) เชื่อฟังเจ้านาย คล้อยตามคนอื่นได้ง่าย อ่อนน้อมต่อพระผู้เป็นเจ้า(หรือพระเจ้าในจินตนาการของพวกเขา) พึ่งพาเรื่องของจิตวิญญาณ บางครั้งก็เทิดทูนอำนาจของชื่อเสียงเงินทอง

บุคคลที่มีลักษณะจัดอยู่ในกลุ่มสีน้ำเงินนี้ มักจะให้คุณค่าด้านจิตวิญญาณ ความมั่นคงของพวกเขาจำนนต่ออะไรก็ตามที่มีพลังอยู่เหนือพวกเขาเพื่อที่จะนำพาชีวิตเขาไปข้างหน้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง – 40% ของประชากร อยู่ที่วิวัฒนาการระดับนี้

5.สีส้ม

สีส้มเป็นประชากรกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนี้อาจจะเป็นเจ้านายของพวกคุณ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้นำครอบครัว คนที่ได้รับการรับรองยืนยันในสถานะของบุคคล คนที่มีคำนำหน้าของพวกเขาเป็นชื่อตำแหน่ง หรือหน้าที่ทางการงาน “ผอ.”, “นายแพทย์”, “พันตำรวจ”, “คุณหญิง” ฯลฯ

คนเหล่านี้ คือ คนที่เอาสิ่งที่เขามี สิ่งที่เขาเป็น นำพาผู้อื่นไปข้างหน้า เชื่อมั่นในหลักของเหตุและผล คิดถึงเรื่องกลยุทธ์ มุ่งหาความสำเร็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขทางวัตถุ แต่ในฐานะผู้นำของพวกเขานั้น อาจเป็นเพียงมุมมองเพียงมุมเดียวของพวกเขา การเปิดกว้างทางความคิดและตัวเลือกไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะยอมให้เกิด ความคิดเห็นของกลุ่มไม่ใช่ตัวเลือกของเขา – 30% ของประชากร อยู่ที่วิวัฒนาการระดับนี้

6.สีเขียว

บุคคลสีเขียว (10% ของประชากร) เป็นลักษณะของบุคคลที่มองผ่านพ้นไปจากมุมของคำว่า “ความสำเร็จ” และ “วัตถุนิยม” พวกเขาเหล่านี้เข้าใจว่า ความสำเร็จ, ชื่อเสียง, เงินทอง, หรือสิ่งของ ทรัพย์สมบัติที่พวกเขามี ไม่ได้ทำให้พวกเขาถูกจดจำเมื่อพวกเขาตายไป (และพวกเขาอาจจะไม่ได้ไขว่คว้าการเป็นที่จดจำด้วยซ้ำไป) ตัวอย่างที่ดีของบุคคลที่มีวิวัฒนาการจากสีส้มเป็นสีเขียวคือ บิล เกตส์ เขามาจากจุดที่เขาเป็นเศรษฐี(ระดับสีส้ม) แต่ในขณะนี้เขากำลังสร้างโรงพยาบาล และพยายามหาหนทางเพื่อรักษาโรคร้าย

บุคคลสีเขียวมองหาความสุขจากการให้แก่ผู้อื่น ผู้อื่นตอบแทนเขาและให้คุณค่าในความเป็นตัวเขาจากสิ่งนั้น

7.สีเหลือง

บุคคลสีเหลือง เป็นคนประเภทนักคิดตลอดชีวิต คิดไกล คิดยาวๆ พวกเขาให้คุณค่ากับ ‘การเสียสละตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อให้เขาได้มาซึ่งอิสระภาพ และความสงบไปพร้อมๆกับโลกของเขา

บุคคลสีเหลืองเป็นคนที่มีความคิดจิตใจเปิดกว้าง พวกเขาจะไม่เคยตัดสิน ชี้วัด หรือชั่งน้ำหนัก จัดเกรดความคิดเห็นของผู้อื่น ความคิดเห็นของผู้อื่นจะถูกคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งโดยบุคคลสีเหลือง ความอยากรู้อยากเห็น เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเขา พวกเขาอาจจะฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมาก พวกเขาอาจจะรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบางหัวข้อในวันหนึ่ง แล้วอาจลืมในวันถัดไป เพื่อมุ่งเป้ามาสนใจในเรื่องอื่นที่แตกต่างกัน แต่เขาจะไม่ลืมที่จะเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้ ข้อคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะลืมเรื่องทั้งหมดไป

บุคคลสีเหลือง อาจจะมีเบื้องหลังที่ดูแล้วน่ากลัวสำหรับใครบางคนรอบตัวเขา และการที่เขาออกมาแสดงตัวในสังคม การพูดแสดงความคิดเห็น หรือลงมือทำ อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของคนอื่นได้

บุคคลสีเหลืองมักจะเป็นพวกที่มีความรับผิดชอบ และมีความฉลาดหลักแหลมรอบรู้ ซึ่งกลุ่ม 1% ของประชากร

2 สี ต่อไปจากนี้ ผมมองว่า เป็นแนวความคิดที่ให้ความรู้สึกของแฟนตาซี

8.สีเทอร์คอยซ์

บุคคลสีเทอร์คอยซ์มีอยู่เพียงน้อยนิดในโลกนี้ (0.1% ของประชากร) บุคคลพิเศษนี้จะถูกคนกลุ่มสีน้ำเงินเรียกว่า ‘พระเจ้า’ บุคคลสีเทอร์คอยซ์ เป็นบุคคลเชิงจิตวิญญาณ จิตวิญญาณที่สร้างมุมมองหลากมิติแห่งจักรวาลที่จุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่และจุดมุ่งหมายของตัวเขานั้นไม่ได้มองหาความสงบ ตัวเขาต่างหากคือความสงบ เขารู้ตัวว่าไม่มีใครสามารถควบคุมชีวิตได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้น ภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของเขาสามารถเปลี่ยนคนรอบข้างตัวเขาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดคุยหรือซักถาม พลังแห่งจิตของเขาเสมือนอยู่เหนือธรรมชาติ

บุคคลสีเทอร์คอยซ์ ยอมจำนนให้แก่ความเป็นจริง ยอมรับมันด้วยความสุขตามธรรมชาติ

ผมมองเห็นบุคคลสีเทอร์คอยซ์ เป็นบุคคลเชิงนามธรรม หรือคุณค่าเชิงจิตวิญญาณของบุคคลบางคนที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บุคคลที่เราไม่รู้ในข้อมูลด้านอื่นที่บ่งบอกถึงความเป็นบุคคลสีอื่นๆของเขา เราจะรับรู้ในส่วนของคุณค่าของเขาหรือภูมิปัญญาของเขา อาจจะจากข้อมูลที่เราได้รับรู้มาจากคนอื่น หรือบางครั้งเราอาจจะสัมผัสได้เอง หรือคิดไปเอง

ผมเชื่อว่า บุคคลเหล่านี้จะมีจริงได้เฉพาะในจิตใจของคนสีอื่นเท่านั้น อย่างเช่น คนที่เลื่อมใสในคนทรงเจ้า (คนทรงเจ้าเป็นบุคคลสีเทอร์คอยซ์สำหรับคนที่เลื่อมใส) เป็นต้น

9.สีคอรัล

อะไรที่เหนือกว่านั้น – สิ่งที่ดอนไม่รู้


บุคคลสีเหลืองจะคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่มีบุคคลสีคอรัล, บุคคลสีเหลืองจะไม่เชื่อว่าตัวแบบนี้แม่นยำและถูกต้อง ไม่คิดว่าจะต้องยึดติดกับตัวแบบนี้ แต่บุคคลสีเหลืองจะคิดว่านี่หนึ่งในตัวแบบที่ดี น่าสนใจ สามารถนำไปคิดต่อยอดได้ และสามารถสร้างตัวแบบจากมุมมองของตัวเองได้

คนทั่วไปคงจะไม่ได้มีลักษณะที่เข้ากรอบของสีใดสีหนึ่งตลอดเวลา ในแต่ละสถานการณ์ ช่วงเวลาของชีวิต หัวข้อที่นำมาประกอบการพิจารณาที่ต่างกัน อาจทำให้บุคคลนั้นมีเฉดสีที่แตกต่างกันไปได้ – แม้เขาคนนั้นจะวิวัฒนาการมาถึงระดับสีเทอร์คอยซ์ เขาก็หลอมรวมเอาลักษณะของบุคคลสีอื่นๆอยู่ในตัวของเขาเองด้วย

ผมพิจารณาตัวเองในวันที่เขียนบันทึกนี้ ผมมีหลากสีอยู่ในตัวเช่นกัน

ในวันที่เงินหมด เศรษฐกิจไม่ดี กังวลกับอนาคต 1-5% ผมรู้สึกว่าเป็นคนสีเบจและสีม่วง หากความคิดผมถูกชักจูงด้วยข้อมูลบางอย่าง ผมอาจจะมีความรู้สึกเป็นสีแดงและสีน้ำเงินอีก 5-10%, อีก 10-20% ผมรู้สึกว่าเป็นคนสีเหลือง, 0.1% ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสีเทอร์คอยซ์ และความรู้สึกส่วนใหญ่ของผม จะอยู่ในกลุ่มสีน้ำเงินหรือสีส้ม ขึ้นกับว่าจะมองตัวเองในฐานะใด เจ้านายของลูกน้อง ลูกจ้างขององค์กร หรือสามีใจกล้าของภรรยา – แต่ผมรู้สึกชัดๆว่า ภายใต้สภาวะเครียด ผมไม่มีส่วนที่รู้สึกว่าผมเป็นบุคคลสีเขียวเลยแม้แต่นิดเดียว

ในช่วงเวลาที่เป็นคุณพ่อของลูกๆ ที่คอยสอนบทเรียนชีวิตให้กับลูกๆ จ้องมองลูกน้อยกำลังเรียนรู้ ผมรู้สึกตัวว่าผมได้เข้าสู่โหมดของ บุคคลสีส้ม สีเขียว สีเหลือง มากถึง 80% ของความรู้สึก ในขณะที่ผมยังรู้สึกถึงโหมดสีแดงและสีน้ำเงินที่ยังคงมีอยู่ในตัว เพื่อทำความเข้าใจเรื่องบางเรื่องที่ลูกผมกำลังเป็นในขณะนั้น

ตอนที่คิดพิจารณาตัวเองระหว่างเขียนบันทึกนี้ ผมมองตัวเองเป็นบุคคลสีเหลืองเกิน 70% แต่พอมีเสียงโทรศัพท์จากภรรยาดังขึ้นมา ผมกลายเป็นบุคคลสีเบจที่ให้ความสำคัญกับสัญชาติญานในการเอาตัวรอดแทบจะ 100% ในทันที

ตัวแบบเกลียวพลวัตรนี้ น่าจะช่วยให้เราได้หลักคิด หรือมุมมอง ที่ต่างไปจากมุมมองทั่วไปที่เราคุ้นเคยได้อย่างแน่แท้ ความพยายามสร้างตัวแบบนี้ของดอน ช่วยให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ในการแยกแยะ มองคนอื่น และมองตัวเอง จากกฏเกณฑ์ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ 2-3 ตัวเลือกเท่านั้น ความรู้แบบนี้ อาจจะเป็นแนวทางที่จะช่วยพัฒนาตัวเราไปสู่อีกจุดหนึ่งที่เหนือกว่าที่เราเป็นอยู่ก็เป็นได้เหมือนกัน

ถ้าหากเรานำเอาตัวแบบฯนี้มาใช้พิจารณาเพื่อพัฒนาตัวเอง เราคงจะมองเห็นว่า เราควรจะต้องตั้งเป้าที่จะมุ่งสู่ระดับสีส้ม สีเหลือง หรือสีเทอร์คอยซ์ โดยพยายามลดคุณลักษณะที่แสดงออกให้เห็นถึงระดับสีเบจ สีม่วง สีแดง สีน้ำเงิน

ถ้าหากคุณลองพิจารณาตัวคุณเอง หรือบุคคลรอบข้างที่คุณสนใจ คุณคิดว่า คุณ หรือเขา เป็นคนสีอะไรล่ะ ?

Shortlink: https://wp.me/pazRS0-4o