ปั่นจักรยานทางไกล ผมได้เรียนรู้อะไรบ้าง นำบทเรียนอะไรมาใช้กับชีวิตได้

สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักผมสักเท่าไหร่ บันทึกนี้ ผมเล่าความคิด บทเรียน เสียงสะท้อนของผม จากการที่ผมได้ทำกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลต่อเนื่องหลาย ๆ ครั้งครับ – กิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลของผม ไม่ใช่การปั่นจักรยานจากบ้านไปซื้อกับข้าวที่หน้าปากซอย แต่หมายถึงระยะทางที่ไกลมาก ตั้งแต่ 200 กิโลเมตรขึ้นไป ซึ่งต้องปั่นจักรยานให้จบในเวลาที่กำหนด ซึ่งอย่างน้อย ๆ หมายถึงการปั่นจักรยานต่อเนื่องตั้งแต่ 8 ชั่วโมงขึ้นไปครับ – เริ่มจินตนาการกันได้แล้วนะครับ ว่ามันคือการทำกิจกรรมใช้แรงงาน เน้นความอดทนของจิตใจ ร่างกาย และการเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ทั้งทางกาย และจิตใจ

ปั่นจักรยานทางไกล

ทุกครั้งที่ได้ลงสนามสอบปั่นจักรยานทางไกล รายการ Audax (ปั่นจักรยานทางไกลระยะทาง 200, 300, 400 กม. ฯลฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ประโยคหนึ่งที่มักจะพูดกันบ่อย ๆ คือ “อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ ออกมาเหนื่อยกันทำไม” ไม่ว่าจะหันไปคุยกับใคร ประโยคนี้ก็จะเป็นประโยคที่ใช้คุยแล้วรู้สึกสนุกเฮฮา หลายๆคนที่ไม่ใช่นักปั่น หรือ ไม่ได้เลือกปั่นจักรยานทางไกลแบบนี้ คงจะสงสัยว่า เหนื่อยแทบขาดใจ เสียเวลากันเป็นวัน ไม่ได้เงิน ไม่ได้ชื่อเสียง ไม่ได้ถ้วย ก็ยังมีนักกีฬามากมายมาปั่นจักรยานทางไกลแบบนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ มันมีอะไรดีนักหนา สิ่งที่ได้กลับไป คืออะไรกันแน่

เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น” เพื่อนคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานทางไกลด้วยกัน อธิบายเอาไว้อย่างนี้ เขาเคยเปรียบกิจกรรมการปั่นจักรยานทางไกลของเขากับการทำธุรกิจ

จากกิจกรรมเดียวกัน แต่แตกต่างด้วยประสบการณ์ พื้นฐานของชีวิตที่ต่างกัน ความพร้อม/ไม่พร้อม มืออาชีพ/มือสมัครเล่น ร่วมกันเป็นทีม/มาคนเดียว และอื่นๆ – สิ่งที่แต่ละคนได้เรียนรู้ และถ่ายทอดออกมา ก็แตกต่างกันไป

ผมลงสนามมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง แต่ละครั้งได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ได้พูดคุยกับนักกีฬาหลายหน้าหลายตา ได้รับฟัง ได้บอกเล่าเรื่องราว ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ เป็นบทเรียนเอาไว้สอนตัวเอง พอเขียนเป็นเรื่องราวได้ตามบันทึกนี้


การปั่นจักรยานทางไกล เสมือนกับ เป้าหมายใหญ่ งานชิ้นใหญ่ เป็นความท้าทาย และความสำเร็จก็จะเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การจารึกเอาไว้ในความทรงจำ กฏกติกาของการสอบปั่นจักรยานทางไกล รายการ Audax นี้ มิได้เข้มงวดเหมือนกับ การแข่งขันความเร็วทั่วไป ที่เวลาทุกวินาทีเป็นเรื่องสำคัญ – และการดำเนินชีวิตของเรา ก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้จำเป็นเสมอไปที่ต้องตัดสินเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่นภายใต้กฏเกณฑ์เข้มงวด หลาย ๆ รายละเอียดของกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล Audax มีความคล้ายคลึงกับชีวิตจริงอย่างน่าประหลาด – กติกาของ Audax เปิดโอกาสให้มือสมัครเล่นสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ เป็นการทดสอบความพยายามและความอดทน แข่งขันกับตัวเองเป็นเรื่องหลัก – ผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Audax ได้จาก บันทึกนี้ครับ –> Audax คืออย่างนี้นี่เอง


กล้าท้าทาย

เป้าหมายใหญ่ กิจกรรมที่ยากลำบาก การลงมือทำสิ่งที่ใครๆหลายคนคิดว่ามันยาก สิ่งที่ใครคิดว่าคนอย่างเราไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ ความลำบากอันยิ่งใหญ่ที่เราไม่เคยเผชิญหน้า สำหรับการลงมือทำครั้งแรก มันยากเสมอ เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ มันยากยิ่งกว่านั้น – ความกล้า ความบ้า ตัดสินใจลงมือทำ ทั้ง ๆ ที่กลัว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความมั่นใจ คือ สิ่งเดียวที่ทำให้งานมันเกิดได้

ปั่นจักรยาน 200 กม. ในครั้งแรกของผม มันช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัว ท้าทาย และเกินกว่าความเข้าใจของคนรอบตัว ระยะ 300 กม. ครั้งแรก ท้าทายยิ่งกว่า ยากลำบากยิ่งกว่า และสร้างความกลัวความไม่มั่นใจให้คนรอบข้างได้มากกว่าเดิมอีก – ชีวิตก็เช่นกัน ทำธุรกิจ ทุกคนก็กลัวความล้มเหลว สูญเสียเงินทุน การเรียนต่อปริญญาโท ก็เช่นกัน ทุกคนก็กลัวการขาดรายได้ หรือ โดนไล่ออก จากการที่ต้องสละเวลาทำงาน มาให้แก่การเรียน ฯลฯ

เป้าหมายที่ชัดเจน และ แผนการเดินทาง

การปั่นจักรยาน หากไม่มีแผนที่ ไม่รู้ว่าปลายทางคือที่ใด เราก็ไม่มีทางรู้ได้ว่า เราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร, ถ้าเราไม่รู้เส้นทาง เราก็ไม่รู้ว่า เราจะใช้ความเร็วแค่ไหน จะไปได้ตลอดเส้นทางไหม จะพักเมื่อไหร่ จะไปต่อเมื่อไหร่

การเดินทาง หากไม่มีปลายทางที่ชัดเจน ก็เหมือนกับล่องลอยไปเรื่อย ๆ ไร้แก่นสาร ชีวิต หากปล่อยให้ไหลไปกับกระแสสังคม เราก็จะเป็นเพียงแค่คนที่อยู่ระดับล่าง ต้องคอยมีคนจูงจมูกให้เราเดินไป ไม่พัฒนา ไม่เติบโต ไม่เจอกับคุณภาพชีวิตที่ดีเสียที

อย่างน้อย เราก็ต้องมีจุดมุ่งหมายอยู่ในใจ – เหมือนชาวจีนที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาเมืองไทย มีเพียงแค่เสื่อผืน หมอนใบ เขาก็มีจุดมุ่งหมายอยู่ในใจที่ชัดเจน คือ สู้ ทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้ดีที่สุดเพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม – ชีวิตของเราทุกวันนี้ สบายกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา เราน่าจะสามารถพัฒนาให้ชีวิตดีได้ง่ายกว่าสมัยที่พ่อแม่เราสร้างเนื้อสร้างตัวนะ

เตรียมตัวให้พร้อม

ในทุกๆการลงมือทำ ทุกๆกิจกรรม การเตียมตัวให้พร้อม สามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าเสมอ, ในการปั่นจักรยานทางไกล หมายถึง การฟิตซ้อมร่างกาย การเตรียมจักรยานและเครื่องมือ การศึกษาเส้นทาง การวางแผนเส้นทาง การหยุดพัก การเตรียมตัวรับมือต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ฯลฯ ในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกัน ทุก ๆ กิจกรรม ทุก ๆ การลงมือทำ หากได้เตรียมพร้อมก่อนล่วงหน้า จะเป็นผลดีกว่าทุกครั้งไป

สิ่งที่สำคัญ คือ การแบ่งเวลาให้กับการเตรียมพร้อม – การซ้อมทักษะ ความรู้ เตรียมข้อมูล ให้มีความพร้อมและมั่นใจ ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว

แต่หากไม่สามารถจัดแบ่งเวลาได้จริงๆ หรือ มีเรื่องฉุกเฉินมากมายที่ทำให้เราไม่สามารถเตรียมความพร้อมได้ หรือ แม้กระทั่ง ไม่มีแม้แต่เป้าหมายที่แน่ชัดล่ะ เราจะทำอย่างไร – หากไม่มีผลเสีย ผมก็จะยกเลิกกิจกรรมนั้น หรือ หากตัดสินใจเดินหน้าต่อ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า การทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือ เผชิญหน้ากับความล้มเหลว อะไรจะเกิด ก็ต้องยอมรับมัน – ชีวิตของเราก็เป็นเช่นนั้น มันอาจหมายถึงเงินลงทุนที่ต้องสูญเสียไป การแตกหักของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน/ญาติพี่น้อง และอื่น ๆ – ถ้าเราทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น และไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลลัพท์ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความล้มเหลวนั้น

ไปด้วยกัน หรือ ฉันไปคนเดียว

นักปั่นหลายคน มากันเป็นทีม ช่วยเหลือกัน ปั่นจักรยานไปตามแผน ควบคุมความเร็ว คอยบอกเส้นทาง หยุดพัก ช่วยเหลือกัน นักปั่นอีกหลายคนมาเดี่ยวคนเดียว มีทั้งที่มาหาเพื่อนร่วมทีมใหม่และปั่นไปด้วยกัน มีทั้งที่มาด้วยกันและแยกกันปั่น

การอยู่ร่วมกันในสังคม มีทั้งช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกัน มีทั้งทอดทิ้ง และถูกทิ้ง บางครั้ง ก็มีผู้นำขึ้นมาโดยบังเอิญ มีทั้งผู้นำที่ดี พาทีมไปในทางที่ดี และมีผู้นำที่แย่ พากันหลงทาง – มีบ่อยครั้งที่ชีวิต ต้องเดินคนเดียว เพราะตามเขาไม่ทัน ต้องเดินคนเดียว เพราะเชื่อมั่นในตัวเองมากกว่าคนอื่น มีหลายครั้งที่เราต้องขึ้นมาเป็นผู้นำ เพราะเรามีข้อมูลที่ดีกว่า มีประสบการณ์ที่ดีกว่า มีแรงเหลือมากกว่า และมีหลายครั้งที่เรา ต้องเป็นผู้ตาม เพราะมีความจำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถของคนอื่น ข้อมูลของคนอื่น

การตัดสินใจ ชั่วขณะนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ – เชื่อใคร ไม่เชื่อใคร จะตาม หรือจะเป็นผู้นำ – ประสบการณ์ที่สั่งสมมา จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีที่สุด

ปรับแก้ตามสถานการณ์ – อุปสรรค

อะไร ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ความไม่แน่นอนมีอยู่ทุกที่ไป ปั่นจักรยานทางไกล เจอได้ทั้งฝนตก ลมแรง แดดเผา ถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อก้อนหิน รถสิบล้อที่ขับมาอย่างรวดเร็ว อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ยางรั่ว การบาดเจ็บ ฯลฯ

ชีวิตเราก็ต้องเจอแบบเดียวกัน เราต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ รวมไปถึงเรียกร้องหาความช่วยเหลือจากผู้ที่ชำนาญกว่าสำหรับสถานการณ์นั้น ๆ

รู้ตัวเอง

มีแรง ก็ลุยต่อ เหนื่อยก็หยุด บาดเจ็บก็ต้องพัก หิวก็ต้องกิน หลงทางก็ต้องเลี้ยวกลับ – เราต้องมีสติ รู้ตัวเองเสมอ จะช่วยประคองตัวเราให้ไปได้รอดตลอดรอดฝั่ง

บ่อยครั้งที่เราเผลอตัวทำตามคนอื่นในขณะที่เราไม่พร้อมพอ ปั่นจักรยานด้วยความเร็วสูงกว่าที่ควร ทำให้เราปั่นได้ไม่นานก็เหนื่อยแล้วต้องหยุดพักยาว ทำงานที่ยากเกินความสามารถของตัวเอง ในขณะที่เรายังไม่พร้อมจริง ๆ ก็ไม่เกิดผลดีอะไรเลย ไม่ประสบความสำเร็จ บาดเจ็บอีกต่างหาก – การประเมินความสามารถของตัวเอง แล้วทำตามที่เหมาะสมกับตัวเอง ยังจะให้ผลดีเสียกว่า – ธุรกิจก็เช่นกัน จะลงทุน ตอบรับงานใหญ่ ต้องดูสายป่าน ดูจำนวนคนทำงาน ดูเวลาที่มี ดูความสามารถของทีม

กัดฟันสู้ ฝืนทน ใช้ใจสู้ ถึงแม้จะช้า แต่ก็ก้าวไปข้างหน้า

ตอนที่เราปวดขาจน ปวดเข่า มึนหัว สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ร่างกายหมดสภาพสุด ๆ – เราตัดสินใจอะไรได้หลายอย่าง – จะเลิก โทรเรียกคนมารับกลับ ก็แค่ไม่จบตามเส้นทาง จะกัดฟันสู้ต่อ ก็ไปได้อย่างช้า ๆ

เรื่องราวของคนที่ต้องล้มเลิกกลางทางเพราะร่างกายทนไม่ไหว ก็มีอยู่มากมาย, เรื่องราวของคนที่กัดฟันสู้ต่อไป จนต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาลก็มีคนเล่าให้ฟังบ่อย คนที่บาดเจ็บแล้วยังกัดฟันสู้ต่อจนพาตัวเองไปได้ถึงเส้นชัย ก็มีเยอะแยะ – เราเป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด และต้องตัดสินใจ

ไม่ว่าการตัดสินใจของเราเป็นอย่างไร ผลลัพท์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เราก็จะได้อะไรจากการลงมือทำเสมอ ได้ความสำเร็จ หรือ ได้บทเรียนที่จะใช้อ้างอิงเพื่อพัฒนาตัวเอง ตราบใดที่มีการลงมือทำ เราก็ก้าวหน้าได้แล้ว

ชัยชนะไร้ซึ่งรางวัล ไม่มีเสียงปรบมือ ผลลัพท์ของเราเอง

ทุกๆครั้งที่ผมปั่นจบตามระยะทาง และภายในเวลาที่กำหนด, ผมฉลองความสำเร็จของผมง่ายๆ ด้วยการทักทายทีมงานผู้จัดที่คอยดูแลนักปั่นที่จุดเส้นชัย “ดีใจที่ได้เจอกันอีก” – ที่เส้นชัยนั้น ไม่ได้มีเสียงปรบมือกึกก้อง ไม่มีการมอบเหรียญรางวัลแต่อย่างใด

ชีวิตเรา การงานของเรา ธุรกิจของเรา การสอบเลื่อนชั้น ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ล้มเหลวไม่เป็นท่า คนที่ได้รับผล มีเพียงแค่เรา กับผู้ที่ร่วมเดินทางฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน คนอื่นที่ไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยนั้น เขาดูเราอยู่ห่าง ๆ ให้กำลังใจ พวกเขาไม่ได้รับผล ไม่ได้เผชิญ ไม่ได้รู้สึกอะไรไปกับเรามากมายนัก เราได้เงินเดือน เราได้กำไร เราได้ชื่อเสียง เราล้มเหลว ขาดทุน หรือ สอบตก – ไม่มีใครอื่นที่เป็นผู้รับผล นอกจากตัวเรา และทีมของเรา – แต่นั่น คือ รางวัลของเรา จะได้ หรือ ไม่ได้ อะไร ขึ้นกับเรา ตีความ เท่านั้น


ทุกๆกิโลเมตรมีเรื่องราว ทุกๆการเดินทางมีอะไรให้คิดพิจารณาได้เสมอ – ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่กิจกรรมปั่นจักรยานไม่กี่ชั่วโมง 10-40 ชม. ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้เรียนรู้ตัวเอง ได้เรียนรู้ผู้คนรอบข้าง ได้เผชิญกับอุปสรรคที่ท้าทาย ได้คิดได้ไตร่ตรอง ได้ตัดสินใจลงมือทำอะไรมากมาย – ชีวิตจริงของเราก็เช่นกัน เราก็มีเพียงแค่ 1 ชีวิต ที่เราต้องคิด ต้องเรียนรู้ ต้องไตร่ตรอง และลงมือทำ