ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็ตาม Blog ใหม่ของผมงวดนี้ คงจะอ่านไม่สนุกเหมือนเคยแน่นอน ซึ่งเพราะผมจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง การอ่านหนังสือที่น่าสนใจต่างๆ ความรู้ และอื่นๆ ที่ห่างไกลจากความบันเทิง ซึ่งอาจจะทำให้เพื่อนๆคนเก่าๆ ที่แวะเข้ามาอ่านเพราะว่าถูกใจในคารมการด่าคนอื่น หรือวิธีการเล่าเรื่องของผมคงจะได้พบเจอกับเรื่องอะไรที่ไม่เหมือนเดิมแน่ๆ
อ่านหนังสือให้มากขึ้น แค่เริ่มต้นหัวข้อ ก็เครียดซะแล้ว ก่อนอื่นต้องเกริ่นที่มาที่ไปซะก่อน คือว่า เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ ผมได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า “อัจฉริยะสร้างได้” ซึ่งเป็นหนังสือขายดีเล่มหนึ่ง ในหนังสือมักจะพูดถึงเรื่องของ MindMap* (ลิขสิทธิ์ของ โทนี่ ปูซาน) ซึ่งทำให้ผมรู้สึกสนใจ อยากรู้ว่า เจ้าเครื่องมือง่ายๆ นี้มันทำงานยังไงกันแน่ ทำไมมันถึงทำได้มีประสิทธิภาพอย่างรุนแรงมากๆ ผมจึงเริ่ม search หาคำว่า mindmap ในเว็บไซต์ไทย ก็จะเจอเว็บของ เภสัชกร ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี (http://www.prachasan.com/) และในหน้าแรกของเว็บเค้าได้เขียนเอาไว้อย่างหนึ่งว่า “ผมจะทำให้คนไทย เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ และก้าวทันเทคโนโลยี ด้วยการปลูกสร้างนิสัยรักการอ่าน การเขียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาอ่านหนังสือให้ได้วันละ 11 เล่ม เขียนหนังสือวันละ 1 หน้า กันนะครับ” เป็นคำเชิญชวนที่ท้าทายดีมากๆ หลังจากที่ผมได้เข้าไปอ่านในเว็บของเค้า จึงได้พบเห้นแนวคิดที่น่าสนใจหลายประการ และได้รายชื่อหนังสือน่าอ่านมาเยอะแยะ จึงคิดว่า ผมน่าจะเริ่มต้นเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม และหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือ เพิ่มเติม ทุกๆ วันเท่าที่จะทำได้ ศึกษาอะไรเพิ่มเติมเรื่อยๆ เพื่อตัวเอง และเพื่ออนาคต

คืนนี้คิดว่าจะ ทบทวนเทคนิคการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนการทำงานตามทฤษฎี GTD ซะหน่อย, ท่องในโลกอินเตอร์เน็ต ก้ไปสะดุดกับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "the Myth of Multitasking - How do it all get nothing done" แบบว่า ชื่อโดนใจมาก, เลือกทำแม่งทุกอย่าง แต่ไม่เสร็จเลยสักอย่าง.. เหมือนกับตัวเองจริงๆ เลยพับผ่าสิ, บ่นๆแล้วเจ็บใจ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำงานแบบไม่มีผลสำเร็จสักอย่างเลย เอาแรงทั้งหมดไปทุ่มกับการเดินตรวจงาน การลงมือทำเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ และอย่างอื่นอีกมากมาย แต่ไม่ได้ทำงานอื่นๆ ที่ควรจะทำให้เสร็จอย่างเร่งด่วนเลย.. ผมอยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหนังสือเล่มนี้ เนื้อหาข้างในมันเขียนอะไรยังไงบ้าง.. อยากลองอ่าน แต่ว่า .. เป็นภาษาอังกฤษ ต้องคิดหน้าคิดหลังหลายรอบก่อนจะซื้อมาอ่าน.. หนังสือภาษาไทยที่มีอยู่หลายเล่มก็อ่านไม่ทันแล้ว.. ลองดูเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ได้ที่เว็บของผู้เขียนเค้านะครับ --> 

















