
Audio-Technica AT2020 นี้ออกสู่ตลาดราวปี 2548-2549 มันไม่ใช่ไมโครโฟนรุ่นถึกที่น่าอาย (ไม่มีการตกแต่งให้สวยงามหรูหราเอาซะเลย) มันมาพร้อมกับ Standmount (หรือจะเรียกว่าที่ยึดไมค์กับ ขาตั้ง) และก็มาพร้อมกับซองหนังมีซิบปิดบุกันกระแทกอย่างดี, Polar Pattern ของไมค์รุ่นนีเป็นแบบ fixed cardioid นั่นหมายความว่า ค่อนข้างจะเหมาะสมกับการบันทึกเสียงร้อง เสียงพูดเสียงเครื่องดนตรี และบรรยากาสทั่วๆ ไป ไม่ใช่การบันทึกเสียงในแบบรอบทิศทาง, ตัวไมค์ ไม่มีสวิชท์ pad หรือ filter แต่อย่างใด .., ขนาดของไมค์อาจจะดูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับไมค์โครโฟนรุ่นเล็กของยี่ห้อ อื่นๆ, ภายในเป็นแคปซูลรับเสียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร เจ้าตัวนี้สามารถตอบสนองช่วงความถี่ได้เต็มช่วงที่ 20Hz-20,000Hz เลยทีเดียว ซึ่งถ้าดู frequency respond curve แล้ว ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เจ้าไมค์ตัวนี้ตอบสนองความถี่ได้ค่อนข้างเที่ยงตรงอย่างมาก จะมีช่วงประมาณ 70Hz ที่กราฟจะตกลงไปนิดหน่อย และที่ 5-15 kHz จะสูงขึ้นไปนิดหน่อย แต่ไม่ถึง 2dB ครับ... curve ของมันเป็นเส้นตรงกว่า SM58
ผมได้รับงานบันทึกเสียงการร้องเพลงประสานเสียงของโรงเรียนแห่ง หนึ่ง จึงถือโอกาสควักกระเป๋าซื้อไมโครโฟนคอนเดนเซอร์รุ่นเล็กที่สุดของ ยี่ห้อ Audio-Technica มา 2 ตัว สำหรับบันทึกงานแบบ Stereo และก็ถือโอกาสนี้ ได้ review เกี่ยวกับไมโครโฟนตัวนี้ให้ผู้อ่านได้รู้จักกัน 
Audio-Technica AT2020 นี้ออกสู่ตลาดราวปี 2548-2549 มันไม่ใช่ไมโครโฟนรุ่นถึกที่น่าอาย (ไม่มีการตกแต่งให้สวยงามหรูหราเอาซะเลย) มันมาพร้อมกับ Standmount (หรือจะเรียกว่าที่ยึดไมค์กับ ขาตั้ง) และก็มาพร้อมกับซองหนังมีซิบปิดบุกันกระแทกอย่างดี, Polar Pattern ของไมค์รุ่นนีเป็นแบบ fixed cardioid นั่นหมายความว่า ค่อนข้างจะเหมาะสมกับการบันทึกเสียงร้อง เสียงพูดเสียงเครื่องดนตรี และบรรยากาสทั่วๆ ไป ไม่ใช่การบันทึกเสียงในแบบรอบทิศทาง, ตัวไมค์ ไม่มีสวิชท์ pad หรือ filter แต่อย่างใด .. ถึกดีจริงๆ (ชอบใจเป็นการส่วนตัว), ขนาดของไมค์อาจจะดูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับไมค์โครโฟนรุ่นเล็กของยี่ห้อ อื่นๆ, ภายในเป็นแคปซูลรับเสียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร ซึ่งมันก็เล็กกว่าทั่วๆไป ซึ่งเป็นขนาด 25 มิลลิเมตร อยู่เล็กน้อย แต่นี่ก็เป็นจุดที่ทำให้ เราสามารถเป็นเจ้าของไมค์คุณภาพระดับนี้ ได้ในราคาต่ำไม่ใช่หรือ และอีกอย่างมันดูแลง่ายกว่าด้วยซ้ำไป, ถ้าคุณคิดว่าขนาดของ แคปซูล หรือ ไดอะแพรมรับเสียงที่เล็กกว่ามาตรฐานนี้ จะรับเสียงได้บาง หรือไม่เที่ยงตรง คุณกำลังคิดผิด, เจ้าตัวนี้สามารถตอบสนองช่วงความถี่ได้เต็มช่วงที่ 20Hz-20,000Hz เลยทีเดียว ซึ่งถ้าดู frequency respond curve แล้ว ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เจ้าไมค์ตัวนี้ตอบสนองความถี่ได้ค่อนข้างเที่ยงตรงอย่างมาก จะมีช่วงประมาณ 70Hz ที่กราฟจะตกลงไปนิดหน่อย และที่ 5-15 kHz จะสูงขึ้นไปนิดหน่อย แต่ไม่ถึง 2dB ครับ... curve ของมันเป็นเส้นตรงกว่า SM58 ตัว กรอบไมค์ แบบว่า โคตรถึก ด้วยน้ำหนักประมาณ 12.1 ออนซ์ หรือประมาณ 340 กรัม เป็นน้ำหนักที่ค่อนข้างมากพอควร เมื่อเทียบกับขนาดตัวไมค์ คำว่าถึกที่ผมใช้อธิบายไว้ตอนต้นเพราะว่าตัวกรอบไมค์ นั้นทำมาจากโลหะหล่อ ค่อนข้างหนา และแข็งแรงมาก และก็ยังจัดการแยกส่วนของวงจรอิเลคทรอนิค สายไฟต่างๆ ภายใน ออกจากส่วนของไดอะแพรมรับเสียงโดยสิ้นเชิง พื้นที่ที่ใส่ไดอะแพรมรับเสียงนั้น กว้างมาก และทำให้มั่นใจได้ว่า ขนาดของไมค์ ไม่มีผลต่อการรับเสียงแน่นอน (ทำให้ผมนึกไปถึงไมโครโฟนคอนเดนเซอร์เล็กๆ ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ หรือ SM58 ที่จะให้เสียงค่อนข้างอู้ๆ ทุ้มๆ เล็กน้อย) ส่วนบนมีตะแกรงโดยรอบ ทำหน้าที่เป็น pop-filter แต่คุณก็ควรจะหาซื้อ pop-filter แบบสะดึงขึงด้วยถุงน่องมาใช้เพิ่มเติมด้วยเมื่อคุณต้องบันทึกเสียงร้อง, สำหรับ SPL มากที่สุดของไมค์ตัวนี้ คือ 144dBSPL ที่ 1kHz สำหรับ 1% THD ซึ่งหมายถึงว่า คุณไม่ต้องกังวลกับการนำไปใช้บันทึกเสียงที่ดังมากๆ เช่นการจ่อที่ลำโพงแบบฮอร์นใกล้ๆ, สำหรับเจ้าตัวนี้ ก็เหมือนกับไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์ทั่วไป คือ ต้องการไฟเลี้ยง ขนาด 48V และมันก็ไม่มีทางหาถ่านไฟฉายมาใส่ได้ด้วย ทดลองบันทึกเสียง
สำหรับการทดลองใช้ในสตูดิโอ SonarBoy ไมโครโฟนตัวนี้สามารถให้คุณภาพเสียงที่อิ่ม ได้น้ำได้เนื้อ มีคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับ การบันทึกทั้งเสียงร้อง และเครื่องดนตรี, ในการใช้เป็นไมค์บันทึกเสียงร้อง มันแสดงให้เห็นว่าในช่วงความถี่ ต่ำ-กลาง ให้เสียงที่ค่อนข้างอุ่น และราบเรียบสำหรับเสียงนักร้องส่วนใหญ่, สำหรับช่วงความถี่สูงๆ ประมาณ 8kHz ผมสังเกตเห็นว่า ไมค็ตัวนี้ค่อนข้างจะไวต่อเสียงความถี่ช่วงนี้มาก และจะให้ความรู้สึกของ "air" เพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งมันสร้างความเป็นธรรมชาติให้กับเพลงของคุณได้ ซึ่งไม่เหมือนกับไมโครโฟนทั่วไปที่ต้องระวังเรื่องนี้ เนื่องจากว่าเสียง air แบบนี้ มันก่อให้เกิด noise ได้มากกว่าที่จะสร้างความรู้สึกของดนตรีสด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมมักจะต้องใช้ plugin ช่วยเพิ่มเสียงแบบ airy นี้เข้าไปทีหลัง) แต่เจ้าตัวนี้ช่วยได้มากจริงๆ.. โดยมันไม่ได้สร้างเสียงรบกวนอันน่ารำคาญใจให้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเจ้าตัวนี้ไม่ได้ปรุงแต่งเสียงต้นฉบับมากนัก ไมโครโฟนตัวเลย เลยเหมาะสมอย่างมากสำหรับการใช้บันทึกเสียงนักร้องมากหน้าหลายตา ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของการถ่ายทอดเสียงจากไมค์ตัวนี้ กับลักษณะเสียงร้องของนักร้องมากมาย, ถึงแม้กระนั้นก็ตาสำหรับช่วงความถี่สูงๆ มากๆ ตั้งแต่ 8kHz ขึ้นไป สังเกตได้ชัดเจนว่า มี noise เกิดขึ้นเล็กน้อย ซึ่งไม่น่าพิศมัยมากนักเมื่อเทียบกับไมโครโฟนคุณภาพสูงส่วนใหญ่ที่มีอยู่ใน ท้องตลาด แต่สำหรับกรณีที่ใช้ไมโครโฟนตัวนี้บันทึกเสียงโดยการวางไมค์ในระยะที่ใกล้ กับแหล่งกำเนิดเสียงนั้น ... noise เหล่านี้ ไม่เป็นปัญหาต่อการบันทึกเสียงแบบนี้แต่อย่างใด, และโดยส่วนตัวเอง ก็ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่าไมโครโฟนแบบนี้จะถูกเลือกใช้สำหรับการบันทึก เสียงวงออเคสตร้า ในแบบที่ต้องวางไมโครโฟนห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงในระยะหลายๆเมตร ซึ่งถ้าแหล่งกำเนิดเสียงดังมากพอ ก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้คุณมากมายแต่อย่างใด ทดลอง บันทึกเสียงกีตาร์อะคูสติก, ไมโครโฟนตัวนี้ให้เสียงที่มีความสมดุลในทันทีทันใด เป็นไมค์ที่ทำงานได้ง่ายมาก สามารถมองหามุมสำหรับการวางไมค์ที่ทำให้ได้เสียงกีตาร์ที่นุ่มหูได้อย่าง สบาย, เสียงที่ได้จากไมโครโฟนตัวนี้ค่อนข้างลึกและเคลียร์ โดยปราศจากเสียงแคร่กๆ ก๊องๆ ซึ่งอาจจะได้ยินจากการใช้ไมโครโฟนบางตัว, สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับไมโครโฟนตัวนี้ คือการปิดกั้นเสียงที่เข้ามาจากมุมอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่นเสียงจากด้านหลังไมค์ ซึ่งสร้างความประทับใจให้ผมได้มาก เนื่องจากคอมพิวเตอร์ของผมมีพัดลมที่สร้างเสียงดังกังวาลมาก ถึงขนาดที่ต้องเอาผ้านวมหนาๆ มาคลุมตัวเครื่องไว้ในกรณีที่ต้องอัดเสียงเลยทีเดียว แต่ด้วยไมค์ตัวนี้ ผมพบว่าแม้จะเปิดโล่งให้เสียงเครื่องคอมพิวเตอร์ดังหึ่งๆ ตลอดเวลา ก็ไม่มีเสียงเข้าไปรบกวนแต่อย่างใด ราคาค่าตัว ?Audio-Technica ได้วางเอาไว้ว่าไมโครโฟนใน ซีรี่ย์ 20 เป็นไมโครโฟนที่ใช้ในงานบันทึกเสียงคุณภาพสูงในแบบทั่วไป โดยเป็นไมโครโฟนที่จะลดคุณสมบัติลง เพื่อให้สามารถทำราคาแข่งขันกับไมโครโฟนระดับผู้ใช้งานทั่วไป และผู้เริ่มต้นจากผู้ผลิตรายอื่นได้ .. โดยราคาตั้งที่ต่างประเทศอยู่ที่ 169 US Dolla หรือ ประมาณ 5,000-6,000 บาท ในขณะนี้ ซึ่งราคาขายปกติที่ลดราคาแล้ว สามารถหาได้ที่ราคา 4,000-4,800 บาท ถ้ารวมค่าส่งมาเมืองไทย ก็น่าจะทำให้ราคาเท่ากับ 5 พันกว่าบาท พอดี.. สำหรับ ราคาระดับนี้แล้ว นั่นหมายถึง เจ้าไมโครโฟนรุ่น AT-2020 นี้ ในตลาดโลก จะต้องแข่งกับไมโครโฟนราคาประหยัดอย่าง AKG Perception 100, AKG Perception 120, Behringer B1, MXL 990, M-Audio Nova, Samson C03 หรือ Studio Project B1 ... ซึ่งเมื่อเทียบกันอย่างนี้แล้ว ด้วยชื่อเสียงของยี่ห้อ Audio-Technica นี้ คุณภาพย่อมเป็นที่ยอมรับได้มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาแน่นอน บทสรุปสำหรับ การใช้งานบันทึกเสียงทั่วไป .. ไมโครโฟนจาก Audio-Technica รุ่น AT2020 ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนในเรื่องของคุณภาพเสียง การตอบสนองช่วงความถี่ที่กว้างมาก ความเที่ยงตรงของเสียงที่อยู่ในระดับดีมาก เสียงที่อุ่นหนาในย่านความถี่ที่เหมาะสม ให้คุณภาพเสียงดีในระดับที่สมดุลสำหรับทั้งการบันทึกเสียงร้อง และเสียงกีตาร์อะคูสติก มันอาจจะดูน่าสงสารอยู่นิดหน่อย ที่ไม่แถม shock-mount แต่ก็สามารถเข้าใจได้ว่า สำหรับ Audio-technica แล้วการทำให้สินค้าคุณภาพระดับนี้ มีราคาต่ำได้นั้น จำเป็นต้องทำแบบนี้ และ standmount ที่แถมมาให้ ก็ทำงานได้ดีอย่างไม่มีข้อสงสัย มัน จัดเป็นไมโครโฟนที่คุ้มค่ามาก ด้วยการออกแบบวัสดุที่แข็งแรง คุณภาพเสียงดี และความน่าเชื่อถือในยี่ห้อ ซึ่งยี่ห้อ Audio-Technica นี้ มีความน่าเชื่อถือได้ในระดับเดียวกับ Shure หรือ Sennheiser (อย่าเอาไปเทียบกับ Behringer หรือ Samson เลย มันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว) คุณตัดสินใจเลือกใช้สินค้ายี่ห้อนี้ได้สบาย , และสุดท้าย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกันกับไมโครโฟนคุณภาพสูง ระดับไฮโซ ของ Audio-Technica เป็นที่แน่นอนว่า ผมไม่มีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับคุณภาพเสียงของไมโครโฟนตัวนี้ และในการใช้งานบางกรณีแล้ว เจ้าตัวนี้สามารถให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า หรือเทียบเคียงกับไมโครโฟนที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ที่กล่าวมาเหล่านี้ ไมโครโฟนตัวนี้กลายเป็น Best Seller ในร้านค้าต่างประเทศได้โดยไม่มีข้อต้องสงสัย ขอขอบคุณ คุณนรงชัย โภคา สำหรับความรู้เกี่ยวกับสินค้าไมโครโฟนยี่ห้อต่างๆ, ขอขอบคุณผู้ที่ไม่ประสงค์จะเอ่ยนาม ที่ช่วยหิ้วสินค้ามาให้จากต่างประเทศ ปล. บทความนี้ ผมเขียนเอาไว้ในเว็บ www.sonarboy.com ที่ผมเป็นผู้ดูแลอยู่ครับ..
 |