You are here:   Home | Life 2.0 | Personal Blog, เขียนอะไร เขียนอย่างไร เขียนทำไม
Oct
23
2008
Personal Blog, เขียนอะไร เขียนอย่างไร เขียนทำไม อีเมล

Tags: blogging | เขียน

Life 2.0

เมื่อวานผมได้คุยกับ simplyWit (เพื่อนที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต และสนิทสนมกันมาจนถึงทุกวันนี้) คุยในเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่า Blog กูจะทำอะไรดี, ถึงแม้มันจะเหมือนเป็นงานอดิเรก สร้างความรื่นรมณ์ให้กับชีวิต ไม่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ว่ามันเป็นเสมือนกับลมหายใจของพวกเราเลยก็ได้, แต่ว่าพวกเรากำลังสับสน เรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะให้เว็บล๊อคของเราเป็นอย่างไร เราจะสื่ออะไร และสุดท้าย เราทำกันไปทำไมกันแน่..

 

 

เกริ่นรอบแรก.. ผมกับ simplywit แต่ละคนก็มี blog เป็นของตัวเอง สำหรับ simplyWit เค้ามี polypink.com เป็น blog หลัก ซึ่งได้ปรับเปลี่ยน concept มาหลายครั้ง จากเว็บข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางดนตรีและโพสต์โปรดักชั่น เป็นสื่อสมัยใหม่ และบ่อยครั้งกลายเป็นพื้นที่ระบายความคิดส่วนตัว ในรูปแบบไดอารี่บ้าง, สำหรับผมเอง ก็มีเว็บไซต์ที่ทำในลักษณะของ blog อยู่อย่างน้อย 3 แห่ง โดยแต่ละแห่งก็จะมีหัวข้อหลักสำหรับเนื้อหาอยู่แล้ว นอกจากที่นี่ ซึ่งเหมือนกับเป็นพื้นที่ส่วนตันซะจริงๆ แต่ก็ยังไม่วายที่จะติดนิสัยการพยายามเขียนให้ได้ในแบบของบทความทางวิชาการ แล้วก็ประสบความล้มเหลวในการทำให้เสร็จเมื่อถามตัวเองว่า ทำไปทำไม..

เกริ่นรอบที่ 2 .. ผมทำเว็บส่วนตัวมาก็นานแล้ว ในตอนแรกที่ทำ ผมทำเพื่อสร้างความสนุกในการฝึกภาษาอังกฤษในช่วงก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ผมใช้ blog เป็นพื้นที่ในการฝึกเขียนภาษาอังกฤษ หลังจากนั้น เมื่อผมได้สอบภาษาอังกฤษผ่านและได้คะแนนมากพอที่จะเรียนต่อในมหาลัยที่ต่างประเทศแล้ว การใช้ blog ของผมก็แตกต่างออกไปจากเดิม คือ ผมอยากจะติดต่อกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่อยู่ทางเมืองไทย เล่าความเคลื่อนไหวของชีวิตผมในแต่ละเดือน ความน่าตื่นเต้นของการใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ แชร์ความรู้สึกภาคภูมิใจของการได้เรียนต่อ ดังนั้นในช่วงที่เรียนต่อนั้น blog เป็นเสมือนกับ จดหมายที่ส่งถึงเพื่อนๆ พี่ๆ ที่อยู่เมืองไทย ก็ว่าได้, ในระหว่างเรียนก็ได้เขียนเรื่อยๆ เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง, แต่มีช่วงหนึ่งที่สมาคมนักเรียนไทยได้จัดให้มีการประกวดเขียนไดอารีออนไลน์ขึ้น ผมก็เข้าไปร่วมประกวด และก็เขียนซะทุกวัน จนในที่สุดก็ชนะการประกวด ตอนนั้นเขียนเล่าชีวิตประจำวันทั่วๆไป และก็ทำเพื่อต้องการรางวัล... แต่พอเรียนจบ กลับมาทำงานอยู่บ้าน ก็ไม่มีจุดยืนที่แน่นอนในการเขียน blog ของตัวเอง ต่อไปแล้ว.. ตอนนี้เหลือเพียงแค่ การอยากให้มีเท่านั้น

เขียนทำไม รอบแรก .. ณ.ตอนนี้ ผมจะเขียนไดอารี ออนไลน์ไปทำไม ผมต้องการอะไรจากคนที่อยู่ออนไลน์ ผมต้องการอะไรจากการสื่อสารออนไลน์ ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ ทำให้ช่วงนี้ผมค่อนข้างหวังกับตัวเองว่าจะต้องเขียนเชิงวิชาการ ที่เอาความรู้มาแชร์ให้ผู้อ่านได้อ่านกัน.. แต่ ในเมื่อ ทำไม่เคยจะเสร็จ เพราะมันไม่มีเวลา และก็ ไม่มีประโยชน์ต่อตัวเองอย่างถึงที่สุดล่ะ ?? .. แล้วมันก็ไม่มีคนอ่านอีกต่างหาก.. ผมไม่ได้หวังให้มีคนมาอ่านด้วยซ้ำไป..

เขียนทำไม รอบที่ 2 .. อยากให้มี เพื่อเป็นการบ่งบอกว่า เรายังมีชีวิตอยู่นะ สนใจเราหน่อย อยากให้คนไทยได้รู้ว่า มีคนชื่อ ณัฐวุฒิ นิธิอุทัย อยู่บนโลกใบนี้ และต้องการเรียกร้องให้มีคนฟังที่ผมพูดบ้าง มีคนเข้าใจ และพูดคุยแสดงความคิดเห็นบ้าง..

เขียนทำไม รอบที่ 3 .. มันมีคำพูดที่ว่า การเรียนที่ดีที่สุด คือ การสอน, มันมีคำพูดที่ว่า เมื่อไหร่ที่เราเขียนให้คนอื่นเข้าใจได้ นั่นแหละคือเราเข้าใจในเนื้อหาแล้ว, นั่นคือ ผมเขียน เพื่อที่จะให้ตัวเองได้เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังศึกษาอยู่.. แต่แล้วก็เจอปัญหา ผมยังศึกษาไม่เสร็จ ก็ยังไม่สามารถเขียนได้ซะที และที่สำคัญคือ มันไม่ใช่ว่าเรื่องที่ศึกษาจะจบได้ในวันเดียว และเขียนให้หมดได้ในหน้ากระดาษแผ่นเดียว.. ก็ไม่มีกำลังใจเขียนซะที

เขียนทำไม รอบที่ 4 .. เขียนเพื่อสร้างไอเดียในการหาเงิน ไอ้นี่ค่อนข้างมีประโยชน์ในทางธุรกิจมากที่สุด แต่ว่า ก็ดันติดตรงที่ว่า ถ้ามันเป็นช่องทางการหาเงิน ก็ไม่ดีสิ เอามาเขียน เดี๋ยวคนอื่นก้แย่งความคิดของเราไปให้หาเงินได้ด้วย ถ้าเรากำลังพยายามหาเงินทางอินเตอร์เน็ตอยู่ล่ะ จะทำยังไง

... สรุปแล้ว ก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ ว่าเขียนทำไมกันแน่.. มันยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอ ใช้เป็นจดหมาย โทรหาเพื่อพูดคุยเลย สะดวกกว่า เร็วกว่า, จะใช้หาเงินอืม แล้วจะได้เงินเท่าไหร่ แล้วจะมีเวลาทำให้มันได้เงินเยอะได้รึเปล่า,  ช่างมันก่อน แล้วอีกคำถามดีกว่า .. เขียนอะไร เขียนอย่างไร ล่ะ

เขียนอะไร เขียนอย่างไร รอบที่ 1 .. ผมมองดูอย่างคนทำงานด้านสื่อ อย่างเช่น คุณ สุทธิชัย หยุ่น (สะกดไม่ถูกนะครับ) มันเป็นงานของเค้าอยู่แล้วที่จะถ่ายทอดเนื้อหาออกมา ทำให้เค้ามีสื่อทุกช่องทาง ทั้งกระดาษ ทีวี เว็บ ฯลฯ, มองดูอีกคนที่ผมติดตามดูบ่อยๆ คือ Oprah เป็นพิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกา ก็มีการแนะนำให้เขียนบล๊อคในแง่ของการเป็นไดอารีเช่นกัน.. นั่นคือ ใช้ blog เป็นไดอารี (สำหรับคนที่ไม่ชอบจับปากกา ก็กดแป้นพิมพ์ซะ ว่างั๊นเถอะ) ดังนั้นก็ สักแต่เขียน ตามใจฉันก็ได้นี่นา.. แล้วจะมีคนมาอ่านมั๊ยเนี่ย ยิ่งเว็บที่เป็น เว็บเดี่ยวๆ โดดๆ อย่างเว็บผมแล้ว อึ๋ย ไม่มีทางแหงๆ ต้องไปแอบๆ อยู่ใน blog ของเว็บชื่อดังอย่าง exteen, diaryhub, bloggang, blogspot อะไรอย่างนั้น ถึงจะพอมีคนแวะเข้ามอ่านบ้าง..

เขียนอะไร เขียนอย่างไร รอบที่ 2 .. เขียนเรื่องอะไร ถ้าเขียนเรื่องตัวเองอย่างเดียว ใครเค้าจะมาสนใจอ่าน (เอ้อ เริ่มรู้ตัวเอง ว่าเขียน เพราะว่าอยากให้มีคนมาอ่าน) จะเขียนในหัวข้อหลักๆ เช่น ถ่ายรูป หรือว่า ดนตรี อย่างเดียวไปเลย มันก็ได้ .. แต่ติดโรคเสียดายอ่ะ ชอบหลายอย่างอยากทำหลายอย่าง จะทำยังไงล่ะ.. อยากเขียนไปซะทุกๆ เรื่อง.. สุดท้าย ก็เขียนแบบ ตามใจกูอยู่ดี..

.....

สรุปของตัวเองแล้ว คำว่า personal blog ก็ .. คือ เรื่องของกู นั่นแหละ...

เห็นมั๊ย อย่างน้อยผมก็เจอข้อดีของการเขียน นั้นก้คือ รู้ตัวเอง ว่าเขียนไปทำไม เขียนอะไร อย่างไร..  แต่ใครจะมาอ่าน นี่มันอีกเรื่องนึง..ไม่เกี่ยวกัน..

เห็นมั๊ย .. ผมชอบเขียน ยาวๆ..



Hits: 156
Comments (0)Add Comment

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

ความคิดเห็นล่าสุด

  • แรกพบกัน

    สุดยอด... ว่าแต่ได้ถ่ายตอนคุณแม่ไส้ทะลักมาด้วยป่าว หุ&#-5330;.

  • แรกพบกัน

    น่ารักมาก จมูกคล้ายอ้ออยู่นะ แต่รวมๆแล้วออกมาทางพ่อ&#-5330;.

  • รู้จักกันก่อน

    มีเบอร์อื่นที่นอกจากเบอร์มือถือไม๊คะ โทรไปแล้วไม่มථ..