ตอนนี้หลายๆ คน ก็คงจะรู้กันอยู่แล้ว ว่าลูกชายคนแรกของผมชื่อว่า "ข้าวปั้น" แต่ มันก็มีคำถามมาอีกนั่นแหละ ว่าทำไมหลุดโผไปจาก ตัว อ.อ่าง ทั้งๆ ที่ เป็นครอบครัวตัว อ. (พ่อก็ชื่อ โอม แม่ก็ชื่อ อ้อ ญาติพี่น้ง ก็ อ.อ่าง เต็มไปหมด ทั้ง อ้อม อุ้ม อ๊อบ โอ อาร์ม อาร์ท แอ้ ฯลฯ) ชื่อนี้มีที่มาคร๊าบ... มันเริ่มมาจาก หมอดูล่ะ แล้วก็ มาลงท้ายด้วยการพยายามตั้งกันเอง... เพื่อนๆผมหลายคน งง กันใหญ่ ว่าหันไปสนใจ เชื่อในเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน.. เอาล่ะจะเล่าให้ฟังตามลำดับนะ..
เริ่มต้นที่ หมอดู เริ่มจาก ตอนแรก ที่ไปให้หมอดู ดูวันคลอดให้ เค้าก็ระบุมาว่า ควรคลอดวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันศุกร์ เวลาประมาณ 6.09-6.29 น. อย่าให้เกินเวลานั้น ... ไหนๆ ก็ให้หมอดู ดูฤกษ์สำหรับคลอดแล้ว ก็ให้ช่วยแนะนำชื่อให้ด้วย ... จริงๆ ก็เอาไว้สำหรับเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจล่ะครับ.. รออยู่ 3-4 วัน หมอดูก็บอกมาว่า ได้ชื่อที่เหมาะสมมาให้เลือกแล้ว.. และเค้าก็แฟ๊กซ์รายชื่อที่เค้าคิดว่าเหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์มาให้.. อ่านดูครับ หูย .. สุดยอดมากแต่ละชื่อ.. ลองดูนะ.. กุญจนาท, คมเดช, คมธัช, กัมปนาท, คำแหง.. อะไรมันจะ คลาสสิค อย่างนี้.. แต่ที่น่าสนใจคือ สิ่งที่แนบมาด้วยกับชื่อเหล่านั้น คือการวิเคราะห์ชื่อ ตามหลักโหรศาสตร์ .. แบบว่า มีการให้คะแนนชื่อ ด้วย ประมาณว่า ชื่อจริง ได้คะแนนเท่านี้ นามสกุลได้คะแนนเท่านี้ .. รวมแ้ล้วเป็นคะแนนเท่านี้ ซึ่งได้ผลทำนายว่าดี.. อะไรอย่างนั้น.. โหย งง เลยครับ.. แต่ใครล่ะ จะเอาชื่อแบบที่ หมอดู คัดกรองมาให้ ถึงแม้ว่า ผมค่อนข้างจะติดใจ ชื่อ คำแหง ก็ตาม 555 แต่ถ้าลูกผมชื่อ คำแหง รับรอง .. ผมคงโดนกระโดดถีบแหงๆ ก็เลยแวะไปหาหมอดู เพื่อสนทนาธรรม เกี่ยวกับชื่อ กันหน่อยล่ะคร๊าบ... ศึกษาเรื่องของโหราศาสตร์ : การ สนทนากับหมอดู ทำให้รู้ว่า .. ชื่อที่ควรจะเป็น คือ ต้องเลือกตัวอักษร ที่เหมาะสมกับวันเกิด นั่นคือ กำหนดคลอดวัน ศุกร์ ก็ให้เลือกตัวอักษรที่ไม่เป็น กาลกิณี กับวันศุกร์ นั่นก็คือ ตัว ย, ร, ล, ว และในบางตำราก็จะนับเอาตัว ฤ, ฤา, ฦ, ฦา เข้าไปด้วย.. แล้วก็ พอดีกับว่า ตัวอักษร วันพุธ ซึ่ง ดูเหมือนจะเป็นกาลกิณี กับวันศุกร์ ก็จะไม่เหมาะสมอีก.. ตรงนี้ ฟังไป ก็งง ไป .. ซึ่งตัวอักษรวันพุธ พอดี ดันไปตรงกับ ตัวอักษรมูละ ของคนที่เกิดวัศุกร์ ก็คือว่า ใช้ตัวอักษร พวก ฎ, ฏ, ฐ, ฒ, ฑ, ณ. ไม่ได้.. แล้วก็ ดัน ด๊าน ดัน มีความเชื่ออีกว่า ตัวอักษรพวก อุตสาหะ ไม่ค่อยดีเหมือนกัน เพราะจะทำให้ชีวิตเหนื่อยเกินไป หรืออย่างน้อยก็อย่าขึ้นต้นด้วยตัวอักษรอุตสาหะ เพราะชีวิตจะเริ่มต้นด้วยความเหนื่อยยาก .. ตัวอักษร พวกนี้ คือ ด, ต, ถ, ท, ธ, น จากกฏเกณฑ์ของการเลือกตัวอักษรข้างบน จะทำให้งง ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องจำกัดตัวเลือกขนาดนี้.. จริงๆ แล้ว จะไม่เชื่อ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ.. แต่เชื่อไป ก็ไม่ได้เสียหายอะไร .. ลองคิดดูสิ ถ้ามีความเชื่อที่บอกว่า อย่างนั้นไม่ดี อย่างนี้ไม่ดี แล้วก็ค่อยๆ ตัดของที่ไม่ดีออกไป ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อไหนก็ตาม อะไรที่ไม่ดีถูกตัดออกไปหมด ก็จะเหลือแต่ของดีๆ ให้ลูก.. แค่คิดแบบนี้ ก็รู้สึกดีแล้วไม่ใช่หรอครับ เราทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้แต่สิ่งที่ดี.. ถึงแม้การจำกัดตัวอักษรอย่างนี้ ก็ลดความยืดหยุ่นในการตั้งชื่อ จนอาจจะรู้สึกว่ายากไปหน่อย ที่จะตั้งชื่อให้ โดน อย่างที่ต้องการ.. ตอน ที่คุยกับหมอดู ถามว่าชื่อนั้นได้มั๊ย ชื่อนี้ได้มั๊ย ฯลฯ .. แบบว่า นึกชื่ออะไรขึ้นมาได้ ก็ถามไป.. แล้วหมอดูก็จะตอบว่าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่เหมาะบ้าง อย่างนู้นอย่างนี้ โดยเค้าสามารถตอบได้เร็ว โดยการดูผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ... ผมก็ลองถามไถ่หาความรู้ วิเคราะห์ชื่อที่ผมเสนอขึ้นมา เพื่อเปรียบเทียบระหว่างความรู้ทางตำราโหราศาสตร์ที่เค้ามี เปรียบเทียบกับสิ่งที่หมอดูบอกผมเอาไว้ตั้งแต่แรก แล้วก็ เปรียบเทียบกับ โปรแกรมที่เค้าใช้ในคอมพิวเตอร์ ... ผมเล็งเห็นว่า เฮ้.. โปรแกรมคอม มันก็ค่อนข้างจะใช้ได้ดีเหมือนกัน.. มันคำนวนนู่นนี่ มันบอกว่าตัวอักษร ถูกต้องรึเปล่า แล้วก็ทำนายชื่อให้ด้วย.. ก็เลยคิดว่า เฮ้ .. น่าจะหาโปรแกรมนี้มาเล่นบ้างนะ เพื่อช่วยในการตั้งชื่อลูก.. ก็เลยแอบดู แล้วก็จำชื่อโปรแกรม "วิเคราะห์ชื่อ" อะไรสักอย่าง.. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ : กลับ มาที่บ้าน ผมก็ search หาคำว่า "โปรแกรมวิเคราะห์ชื่อ" ทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็เจอเพียบเลย ทั้งเว็บไซต์ ทั้งโปรแกรม และในที่สุด ก็โหลดตัวทดลองมาได้ ชื่อโปรแกรมว่า นามมงคล เป็นโปรแกรมเดียวกับที่ หมอดู ใช้เลย .. ผมก็เอามาใช้ในการวิเคราะห์ตั้งชื่อ... ถ้าเรียกไม่ผิด มันคือการนับคะแนนตามหลัก เลขศาสตร์ ซึ่งเดาว่า น่าจะเป็นโหราศาสตร์สมัยใหม่.. ความสนุกก็เริ่มเกิดขึ้น ผมก็พยายามคิดหารายชื่อมา แล้วก็เอามาใส่ในโปรแกรม .. โปรแกรมมันจะคำนวนคะแนนของชื่อ ประมาณว่า ก. = 1 คะแนน, ข.= 2 คะแนน เป็นต้น แล้วเอามาบวกๆ กัน.. พอผมลองๆ ดู ก็รู้ว่า ถ้าให้ดี ต้องได้ชื่อที่บวกๆ รวมๆ กันแล้ว ได้คะแนน 14, 19, 63 ซึ่งเมื่อเอาคะแนนมารวมกับคะแนนของนามสกุลแล้ว ได้ผลดีที่สุด.. ข้อกำหนดในการตั้งชื่อ : ตอนนี้ก็มีข้อกำหนดสำหรับการตั้งชื่อแล้ว .. สรุปได้ก็คือ ไม่ใช้ตัวอักษร ย, ร, ล, ว, ฤ, ฤา, ฦ, ฦา, ฏ, ฎ, ฐ, ฒ, ฑ, ณ, ด, ต, ถ, ท, ธ, น แล้วก็ ต้องเอาตัวเลขมารวมกันให้ได้ 14, 19, 63 ... ย้ำอีกที มันทำให้ยากมากเลยที่จะตั้งชื่อ เพราะตัวเลือกที่จะทำให้ได้ชื่อที่แบบว่า โดน เนี่ย มันน้อยลง .. แต่มันก็กลายเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยให้เรา ตัด ชื่อ ที่ไม่ควรจะเลือกใช้ ออกไป.. ในช่วงแรกของการตั้งชื่อ ก็แบบว่า ให้เพื่อนๆ ช่วยแนะนำ ให้เพื่อนๆ ช่วยไปถามหมอดูที่รู้จัก ให้หาข้อมูล ให้ช่วยแนะนำชื่อที่น่าใช้.. หลายๆ ชื่อก็ ได้ถูกแนะนำมาจากเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ถูกใจ หรือไม่ก็ไม่ตรงกับกฏเกณฑ์ในการตั้งชื่อของเราเลย... ต้องแจ้งเกิด แจ้งชื่อกับราชการแล้ว : ก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล ผมก็ควรที่จะแจ้งชื่อเอาไว้กับโรงพยาบาลเพื่อให้เค้าได้แจ้งเกิดให้ตาม กฏหมาย จริงๆ แล้ว บอกชื่อเล่นไปก่อนก็ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนชื่อทีหลัง ก็ไม่มีปัญหา .. แต่ ผมก็ประมาณว่า .. อยากได้ชื่อ ที่มันคล้องจองไปกับ ชื่อจริงด้วย.. ตอนลูกโต จะได้ไม่สงสัยว่าทำไมต้องตั้งชื่อจริง ต่างจากชื่อเล่น ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ทำไมต้องเรียกชื่อเล่นแบบนี้ ทำไมชื่อเล่นไม่ใช่ชื่อที่ย่อมาจากชื่อจริง เพื่อที่จะเรียกสั้นๆ ได้ เป็นต้น.. ก็เลย ตั้งเป้ากันว่า จะต้องมีชื่อจริง แล้วจะได้ตั้งชื่อเล่นกันง่ายๆ.. แต่ ก็ยังไม่ยอมแพ้ .. ยังอยากจะได้ชื่อ เล่น ที่เป็นตัว อ.อ่าง อยู่ .. ก็พยายามร่ายชื่อมาเยอะแยะ เพื่อให้ได้ชื่อที่เป็น อ.อ่าง แต่ชื่อที่ออกมา ก็ไม่ได้ช่วยให้เราคิดชื่อจริงได้.. ดังนั้น ควาพยายามนี้ก็หมดไป.. อ้อ ก็ เสนอมาว่า ให้ลอง เอาชื่อของเรามาผสมกัน.. ก็เลย ดึงตัวอักษร กับ สระ ออกมา เพื่อดูว่าใช้อะไรได้บ้าง.. ก็มี ตัว.. ป.ปลา, สระ อะ, ไม้หันอากาศ, สระอุ, พ.พาน, มันก็เหลือแค่นี้เอง.. ซึ่งตอนแรก เรายังไม่ได้นึกเอะใจเกี่ยวกับตัวอักษร ณ.เณร เท่าไหร่.. ก็เลยเอามารวมด้วย.. ชื่อจากการผสมชื่อของพวกเรา ก็ออกมา .. เช่น ปณัต, ปัณต์ .. อะไรทำนองนี้... แต่แบบว่า.. เฮ้ย.. แปลว่าอะไรวะเนี่ย..!! ^_^! เออ ไม่รู้เหมือนกันคร๊าบ ว่าแปลว่าอะไร.. และเมื่อเอาคะแนนมารวม มันก็ ได้คะแนน ตามที่ต้องการนะ แต่ว่า มันไม่ค่อยถูกใจที่ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดี.. เอ่อ.. ย้อนกลับมาถามกันเอง ว่ามีปะรที่ชอบเหมือนกัน : พยายาม Brain storm กัน ว่ามีอะไรที่เหมือนกันบ้าง.. เผื่อจะนึกออก.. เช่น ไปเรียนต่างประเทศ ออสเตรเลียเหมือนกัน, ชอบดูหนังเรื่อง the incredible เหมือนกัน, ชอบกินอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน, ฯลฯ ... เนื่องจากชอบกิน อาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน แล้วก็ ชื่อที่เอามารวมกันที่กล่าวมาในตอนแรก .. ก็มีชื่อ ปัณต (ไม่มีการันต์ เพราะว่า จะเอาให้ได้คะแนนดี) อยู่ด้วย ก็เลย เฮ้ . ประมาณว่า .. ชื่อจริง ออกเสียงว่า ปัน, แล้วก็ ชื่อเล่น ชื่อว่า ข้าวปั้น แล้วก็ (เพราะว่าชอบกินอาหารญี่ปุ่นกันไง) .. คราวนี้ ก็เริ่มลงตัวแล้ว.. แต่ เอ... จะสะกดชื่อยังไงดี.. ย้อนกลับไปดู เรื่องข้อกำหนดในเรื่องตัวอักษรอีกรอบ ก็ได้รู้ว่า ณ.เณร มันไม่เหมาะสม เพราะเป็นตัวอักษรมูลละ .. คิดไปคิดมา ก็เลย เปลี่ยนเป็น ญ.หญิง แทน ณ.เณร ซะ.. ชื่อ ก็ออกมา ประมาณว่า "ปัญ" ก็แปลได้ด้วยประมาณว่า ปัญญา นี่แหละ.. คราวนี้ก็ พยายามทำให้มันได้คะแนนตรงตามเป้าหมาย นั่นคือ 14,19 หรือ 63 .. พอดีว่า ลองใส่ตัว ญ.หญิง ไปอีกตัว..แล้วลองรวมคะแนน ก็ได้ 14 พอดี.. เอ.. จะไม่ใส่การันต์ได้มั๊ย .. แล้วก็ จะออกเสียงว่า "ปัน" ได้มั๊ย ไม่ใช่ ปัน-ยะ .... ... ลองเช็คกับหมดูอีกรอบ : ก็เลยโทรไปถามหมอดู ว่า เป็นยังไง ชื่อนี้ได้มั๊ย "ปัญญ" หมอดูก็ขอเวลาคิด.. แล้วก็ โทรกลับมา บอกว่า ได้ ไม่มีปัญหา ชื่อสวย ชื่อดี เลขดี.. แล้วก็ ชื่อ เป็น วิสามัญนาม ไม่จำเป็นต้องถูกต้องตามหลักภาษาศาสตร์ หรือไม่จำเป็นต้องมีความหมายก็ได้.. ... แล้วก็ พี่จันทร์ โทรมาจากอเมริกา .. ถามน้องแพรว ลูกสาวอายุ 3 ขวบ ของ พี่จันทร์ ว่า ชอบชื่ออะไร .."ปัน" หรือ "ปัน-ยะ" ก็ได้คำตอบว่า "ปัน" แล้วก็พอดีว่า น้องแพรว มีเพื่อนชื่อว่า ปั้น ด้วย.. เห็นว่าเป็นเพื่อนที่น้องแพรวชอบ... .. เราก็เลยได้ข้อสรุปที่ลงตัว.. สุดท้าย หลังจากคิดข้ามวันข้ามคืนเป็นสัปดาห์ ผ่านกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ข้อกำหนดมากมาย... เราก็ตกลงกันว่าตั้งชื่อลูกว่า "ปัญญ นิธิอุทัย" หรือ น้อง "ข้าวปั้น" .. ครับผม ...
 |